Time Out Thailand
Photograph: Time Out Thailand | Bangkok
Photograph: Time Out Thailand

17 อาคารเก่าแก่ในกรุงเทพฯ ที่ถูกชุบชีวิตกลับมาอีกครั้ง

จากคฤหาสน์เก่า ตึกแถว และโกดังริมทาง สู่พื้นที่ใหม่ที่ทำให้เรื่องราวของเมืองยังคงมีชีวิต

Yokploy Chandrabha
การโฆษณา

กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งความต่างที่อยู่ร่วมกันได้อย่างน่าประหลาด ตึกกระจกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างวัดเก่า คฤหาสน์อายุนับร้อยปี และตึกแถวโบราณที่วันนี้กลายเป็นคาเฟ่หรือร้านค้า หากมองข้ามเรื่องรถติดและตึกศูนย์การค้าไปอีกนิด จะพบว่าประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ยังคงอยู่กับเราเสมอ

อาคารเก่าแก่จำนวนมากกระจายตัวอยู่ในย่านอย่างสีลม บางรัก และเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อดีตกับปัจจุบันยังคงอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน บางหลังซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ หรือหลังตลาด บางหลังตั้งเด่นอยู่ตรงหัวมุมถนนที่ผู้คนเดินผ่านทุกวัน เพียงแต่เราอาจไม่เคยหยุดมองมันจริงๆ

สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคืออาคารเหล่านี้จำนวนไม่น้อยไม่ได้ถูกทิ้งให้กลายเป็นเพียงอนุสรณ์ของวันวาน แต่ได้รับการปรับโฉมและกลับมาใช้งานอีกครั้งในฐานะคาเฟ่ บาร์ แกลเลอรี โรงแรม หรือห้องสมุด โดยยังคงเก็บรักษาโครงสร้างและรายละเอียดดั้งเดิมเอาไว้ให้เห็นอย่างครบถ้วน

โรงพิมพ์เก่ากลายเป็นพื้นที่ศิลปะ โรงเลื่อยถูกเปลี่ยนเป็นโรงละคร ส่วนโรงซ่อมเครื่องจักรกลายเป็นร้านกาแฟ ฟังดูเหมือนคนละเรื่องกับอดีตของอาคาร แต่ทั้งหมดกำลังทำสิ่งเดียวกัน นั่นคือเปิดโอกาสให้สถานที่เก่าได้มีเรื่องราวบทใหม่ แทนที่จะถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาแทน

เราเลยรวบรวมอาคารเก่าที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่ทั้งในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง มาให้ลองออกไปสำรวจ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมที่ซ่อนเรื่องราวของเมือง ไปจนถึงพื้นที่ใหม่ที่ทำให้เราเห็นว่าอาคารเก่าเองก็มีอนาคตได้เหมือนกัน

นี่คือ 17 อาคารเก่าในกรุงเทพฯ ที่ถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่และควรค่าแก่การแวะไปชม

ช่วงเวลาที่เมื่อไหร่ที่ไม่รู้จะไปไหนดี ลองดูไกด์ของเราเกี่ยวกับ บาร์, ร้านอาหาร, สวนสาธารณะ, แกลเลอรี และ บทสัมภาษณ์ ของกรุงเทพฯ หรือค่อยๆ ไล่เก็บจากลิสต์สิ่งที่ควรทำในกรุงเทพฯ ให้ครบก็ได้

สมัคร จดหมายข่าวฟรี เพื่อรับเรื่องราวดีๆ ของกรุงเทพฯ ส่งตรงถึงอินบ็อกซ์

  • Attractions
  • สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์
  • เยาวราช

อาคารตึกแถวเก่าในกรุงเทพฯ หลายแห่งอาจถูกทุบทิ้งจนเหลือเพียงความทรงจำ แต่บ้านตรอกถั่วงอกยังคงยืนหยัดอยู่มาได้กว่าร้อยปี อาคารแคบๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในตรอกใกล้เยาวราชแห่งนี้ เคยผ่านการใช้งานมาแล้วทั้งในฐานะบ้านพักของครอบครัว โรงงานทำน้ำพริก และสำนักงาน ก่อนจะถูกปล่อยให้ห้องต่างๆ ว่างเปล่าอยู่นานหลายปี วันนี้อาคารกลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะพื้นที่สร้างสรรค์ โดย Stu/D/O Architects เข้ามาปรับโฉมให้กลายเป็นพื้นที่เช่าสำหรับจัดกิจกรรมแบบอิสระ พร้อมเก็บรายละเอียดดั้งเดิมของอาคารเอาไว้ ตั้งแต่พื้นไม้ที่ผ่านการใช้งานมานาน ผนังเก่า ไปจนถึงร่องรอยเล็กๆ ที่บอกเล่าว่าครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่นี่ พื้นที่แห่งนี้จัดงานป๊อปอัพที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบ ศิลปิน และเชฟรุ่นใหม่ได้ทดลองนำเสนอผลงาน และบางครั้งคุณก็สามารถเดินเข้ามาจากริมถนน แล้วค้นพบชื่อใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ถึงงานศิลปะจะน่าสนใจแค่ไหน ตัวอาคารเก่าเองต่างหากที่เป็นเหตุผลหลักให้เราอยากแวะมา

Time Out tip: เดินต่อไปทางซอยนานาบนถนนไมตรีจิตต์เพื่อแวะบาร์ค็อกเทลและคาเฟ่ หรือเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเยาวราชหลังพระอาทิตย์ตก

ที่ตั้ง: ป้อมปราบ, ป้อมปราบศัตรูพ่าย เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-00.00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 087 704 4976

  • คาเฟ่
  • เยาวราช

เป็นเวลากว่า 40 ปีที่หัวมุมแห่งหนึ่งในตลาดน้อยแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้ โดยมีโกดังเก่า 6 หลัง และร่องรอยจากยุคการค้าริมแม่น้ำที่เคยคึกคักหลงเหลืออยู่ จนกระทั่งวันนี้พื้นที่ทั้งหมดกลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะคาเฟ่ ฮงเซียงกง (Hong Sieng Kong) ที่นำโกดังเก่าอายุกว่า 200 ปีทั้ง 6 หลังมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน โดยยังคงตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิมแทบไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่เพิ่มเข้ามามีเพียงส่วนครัว ลานนั่งริมแม่น้ำ และสวนด้านหลังที่ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นพื้นที่เก็บไม้ ขณะที่เจ้าของค่อยๆ เสาะหาเฟอร์นิเจอร์และของเก่าด้วยตัวเอง ตั้งแต่ของที่มีอายุเพียงไม่กี่สิบปี ไปจนถึงของสะสมที่มีอายุเกือบ 500 ปี อย่างถาดเสิร์ฟจากไม้เคยากิของญี่ปุ่นที่เคยใช้ในพิธีชงชา บรรยากาศของที่นี่เปิดโล่งและสบายๆ มีที่นั่งกลางแจ้งให้รับลมจากแม่น้ำ ส่วนพื้นที่ด้านในตกแต่งด้วยรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะจีน เหมาะกับการพกหนังสือสักเล่มมานั่งอ่าน แล้วปล่อยให้เวลาช่วงบ่ายค่อยๆ ผ่านไป

Time Out tip: ไม่แนะนำให้นั่งแท็กซี่มาส่งถึงหน้าร้าน เพราะตรอกซอกซอยของตลาดน้อยค่อนข้างแคบ เดินเข้ามาสำรวจย่านไปเรื่อยๆ จะได้เห็นเสน่ห์ของที่นี่มากกว่า

ที่ตั้ง: ซอยวานิช 2, ตลาดน้อย เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 095-998-9895

การโฆษณา
  • Art
  • เยาวราช

หลายปีที่ผ่านมา โรงพิมพ์เก่าไทยวัฒนาพานิช บนซอยนานาถูกปิดเงียบ อาคาร 3 หลังที่เคยผลิตหนังสือและตำราเรียนให้คนกรุงเทพฯ กลับไม่มีอะไรออกจากประตูอีกเลย จน บางกอก คุนส์ฮาเลอ (Bangkok Kunsthalle) ได้เข้ามาเปลี่ยนพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์ศิลปะที่จัดแสดงผลงานจากทั้งไทยและต่างประเทศ อาคารอายุกว่า 60 ปี ได้รับการปรับปรุงโดยยังเก็บโครงสร้างดั้งเดิมไว้ครบ ทั้งคอนกรีต อิฐ โครงเหล็ก และกรอบหน้าต่างไม้ถูกปล่อยให้เห็นแบบดิบๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแทนที่จะถูกซ่อนไว้หลังงานตกแต่งใหม่ ชื่อ Kunsthalle ในภาษาเยอรมันก็สื่อถึงแนวคิดของที่นี่ได้ดี เพราะไม่ได้มีไว้แค่แขวนงานศิลปะ แต่ยังเปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทำเลอยู่ตรงขอบเยาวราช ท่ามกลางอาคารธุรกิจเก่าและบริษัทโลจิสติกส์ ไม่ไกลจากหัวลำโพง 

Time Out tip: ที่นี่จัดนิทรรศการเฉพาะพื้นที่ประมาณ 3-4 ครั้งต่อปี เช็กในอินสตาแรมก่อนมา จะได้ไม่พลาดงานใหม่ๆ

ที่ตั้ง: 599 ซอยปันทจิตต์ เปิดพุธ-อาทิตย์ เวลา 14.00-20.00 น.

  • Hotels
  • โรงแรมบูติก
  • เยาวราช
  • 5 จาก 5 ดาว
  • แนะนำ

ถนนไมตรีจิตต์ในเยาวราชยังเต็มไปด้วยอาคารเก่าที่ซ่อนเรื่องราวเอาไว้ และ เดอะ มัสแตง บลู
ก็เป็นหนึ่งในนั้น อาคารเกือบร้อยปีแห่งนี้เคยเป็นทั้งโรงพยาบาลและโรงแรม ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทเป็นสถานอาบอบนวด ซึ่งที่นี่ยังเก็บเรื่องราวในอดีตไว้แบบไม่คิดจะปิดบัง เดินสำรวจไปจะเห็นร่องรอยเดิมตามผนัง หน้าต่างเก่า และขอบบันไดที่ผ่านการใช้งานมานาน แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นโรงแรม อาคารกลับได้ชีวิตใหม่โดยนำอดีตมาตีความผ่านเฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ และเสียงเพลง ให้บรรยากาศคล้ายฉากในหนัง Noodle Western สักเรื่อง โดยเจ้าของอย่าง ‘จอย อนันดา’ คุมธีมของห้องพักแต่ละห้องให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน แต่เปลี่ยนรายละเอียดไปเรื่อยๆ จึงไม่มีห้องไหนหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ โทนสีไล่ตั้งแต่ขาว เทา และดำ ไปจนถึงไม้ เหลืองมัสตาร์ด น้ำเงินหม่น ทองเหลือง และเขียวมะกอกแซมเล็กๆ ส่วนเสียงดนตรีจะลอยอยู่ทั่วอาคาร โดยเฉพาะใน บอลรูมแต่ระดับเสียงยังคงฟังสบาย

Time Out tip: อาคารไม่มีลิฟต์ ถ้ามีกระเป๋าใบใหญ่ แนะนำให้ขอห้องชั้นสอง จะได้ไม่ต้องออกแรงลากขึ้นบันไดหลายชั้น

ที่ตั้ง: 721 ถนนไมตรีจิตต์ เปิดทุกวัน 11.00-20.00 น. โทร. 062 293 6191

การโฆษณา
  • Hotels
  • เจริญกรุง

หนึ่งในอาคารเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่หลายคนเคยแอบหวังว่าจะมีใครเข้ามาช่วยชุบชีวิต กำลังจะกลับมาเปิดประตูอีกครั้งในชื่อ เดอะ แลงแฮม คัสตอม เฮาส์ แบงค็อก โรงแรมแห่งใหม่ที่นำอดีตของกรุงเทพฯ กลับมาเล่าในบทบาทใหม่ สร้างขึ้นในปี 1888 สมัยรัชกาลที่ 5 เคยเป็นด่านสำคัญของสยามสำหรับตรวจและจัดการสินค้าที่เดินทางมากับเรือ รวมถึงเคยใช้จัดงานรับรองสำคัญ ก่อนย้ายการดำเนินงานไปคลองเตยในปี 1949 หลังจากนั้นอาคารค่อยๆ เสื่อมโทรมลงและถูกทิ้งไว้เป็นเวลาหลายสิบปี ในวันนี้ส่วนหน้าอาคารสไตล์นีโอพัลลาเดียน พื้นไม้สัก และบันไดกลางกำลังได้รับการบูรณะกลับมาอีกครั้ง พร้อมอาคารไปรษณีย์เก่าที่อยู่ติดกัน ขณะที่อาคารใหม่ที่สร้างเพิ่มจะเป็นพื้นที่ห้องพัก 60 ห้องและสวีต 15 ห้อง ร้านอาหาร บาร์ริมแม่น้ำ และพื้นที่เวลเนส ขณะที่โซนห้องพักหลักจะอยู่ในอาคารใหม่ การเปลี่ยนจากด่านศุลกากรเก่าสู่โรงแรมอาจเป็นการเปลี่ยนบทบาทครั้งใหญ่ แต่สิ่งสำคัญคืออาคารประวัติศาสตร์แห่งนี้ยังคงยืนอยู่ริมเจ้าพระยา และตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป ผู้คนจะได้กลับเข้าไปสัมผัสพื้นที่แห่งนี้อีกครั้ง

Time Out tip: ไม่จำเป็นต้องจองห้องพักเพื่อเข้าไปชมอาคาร เพราะพื้นที่สาธารณะของโรงแรมจะอยู่ในอาคารเก่า ลองแวะมาดินเนอร์หรือดื่มอะไรสักแก้ว ก็เป็นอีกวิธีที่ดีในการสำรวจว่าพื้นที่แห่งนี้ถูกเปลี่ยนโฉมไปอย่างไร

ที่ตั้ง: เจริญกรุง 36, บางรัก เปิดให้บริการในวันที่ 20 ธันวาคม 2569

  • Attractions
  • ห้องสมุดและมูลนิธิ
  • รัตนโกสินทร์
  • แนะนำ

ย่านนี้ผ่านเรื่องราวมาทั้งหนังสือ การเมือง เงินทอง และศิลปะ และใจกลางทั้งหมดนั้นคือ หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ห้องสมุดเมืองที่ตั้งอยู่ในอาคารเก่า ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสำนักงานด้านการปกครอง​ แทนที่จะรื้อทิ้ง อาคารเดิมถูกเก็บโครงสร้างไว้แล้วปรับพื้นที่ด้านในใหม่ เส้นสายและฟาซาดด้านหน้ายังคงอยู่ ขณะที่ระบบไฟ เสียง และจอดิจิทัลเติมความร่วมสมัยเข้าไปในพื้นที่ บางจุดยังเปิดผนังให้เห็นโครงสร้างเดิม ทำให้มองออกว่าอาคารแห่งนี้เคยมีหน้าตาอย่างไร ห้องสมุดเปิดในปี 2017 หลังจากแนวคิดเริ่มต้นขึ้นในปี 2013 เมื่อยูเนสโกประกาศให้กรุงเทพฯ เป็น เมืองหนังสือโลกและเมืองเริ่มตั้งคำถามจริงจังขึ้นว่าเราจะสร้างพื้นที่ให้ผู้คนอยากเข้ามาอ่านหนังสือได้อย่างไร ลองพกหนังสือมานั่งสักชั่วโมง แล้วอาจพบว่าคุณเผลอใช้เวลาที่นี่ไปทั้งบ่าย

Time Out tip: มี Wi-Fi ฟรี แต่โต๊ะที่มีปลั๊กไฟมักเต็มเร็ว โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ แนะนำให้ขึ้นไปจับจองที่นั่งชั้น 2 หรือ 3 แต่เนิ่นๆ

ที่ตั้ง: 39 ถนนราชดำเนินกลาง เปิดอังคาร-เสาร์ เวลา 08.30-21.00 น. และอาทิตย์ เวลา 09.00-20.00 น. (ปิดวันจันทร์) โทร. 02 282 0680

การโฆษณา
  • Attractions
  • เยาวราช

อาคารหัวมุมบนถนนเจริญกรุงแห่งนี้ยืนอยู่มาราวร้อยปี ผ่านมือคนในครอบครัวเดียวกันมาหลายรุ่น ก่อนจะถูกเปลี่ยนบทบาทให้กลายเป็น The Corner House Bangkok พื้นที่คอมมูนิตี้ 4 ชั้น ที่รวมทั้งศิลปะ อาหาร ดนตรี และความบันเทิงไว้ในอาคารเดียว ชั้นล่างเป็นแกลเลอรี พร้อมร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านไอศกรีมหลายร้าน ส่วนชั้น 2 เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการสำหรับศิลปินรุ่นใหม่ และยังใช้จัดอีเวนต์หรืองานปาร์ตี้ส่วนตัวได้ด้วย หากขึ้นไปชั้น 3 จะเจอกับ Such A Small World คาเฟ่ co-playing ที่ตกแต่งร่วมสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์หลากสไตล์แบบดูไม่เข้ากันแต่กลับลงตัว พร้อม Gadhouse flagship store โรงหนังขนาดเล็ก และห้องสมุดแผ่นเสียงขนาดใหญ่ที่เปิดให้เลือกเพลงแล้วรับบทเป็นดีเจด้วยตัวเอง อาคารเก่าหนึ่งหลังจึงไม่ได้มีแค่เรื่องราวจากอดีต แต่ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกหลายอย่างในปัจจุบัน

Time Out tip: แวะต่อไปสำรวจตรอกสตรีตอาร์ตในตลาดน้อย หรือไป River City และ Warehouse 30 ที่อยู่ไม่ไกลกันก็ได้

ที่ตั้ง: 35 ถนนเจริญกรุง, ตลาดน้อย เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-23.00 น. (ศุกร์-เสาร์ถึง เที่ยงคืน) โทร. 080 659 9535

  • รัตนโกสินทร์

นางเลิ้งเป็นอีกย่านที่กำลังกลับมามีชีวิตผ่านอาคารเก่าๆ และ Buddha & Pals ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อาคารตึกแถวอายุกว่า 80 ปีแห่งนี้อยู่กับครอบครัวเดิมมานาน โดยครอบครัวถือสิทธิ์เช่าพื้นที่จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์มานานกว่าศตวรรษ ตลอดเวลาที่ผ่านมา อาคารเปลี่ยนบทบาทมาแล้วหลายครั้ง เริ่มจากโรงงานผลิตน้ำมันมวย ก่อนกลายเป็นร้านตัดเสื้อและร้านเครื่องประดับ จนมาถึงรุ่นที่สี่ของครอบครัวที่นำอาคารกลับมาปรับโฉมเป็น Kanvela House โฮสเทล พร้อมคาเฟ่และร้านอาหาร Buddha & Pals ที่เปิดอยู่ในปัจจุบัน ช่วงกลางวันตั้งแต่ 10.00-19.00 น. ที่นี่เป็นคาเฟ่และร้านอาหารบรรยากาศวินเทจ เหมาะกับการแวะดื่มกาแฟ นั่งพัก หรือหาอะไรรองท้อง พอ 19.00 น. เป็นต้นไป พื้นที่จะเปลี่ยนโหมดเป็นแจ๊สบาร์ พร้อมดนตรีสดลากยาวถึงเที่ยงคืน

Time Out tip: ค็อกเทลช่วงค่ำตั้งชื่อตามเพลงแจ๊สคลาสสิก ลอง cold brew negroni หรือ espresso martini ถ้าอยากได้อะไรที่ดื่มง่ายแต่ยังมีลูกเล่น

ที่ตั้ง: 712 ถนนกรุงเกษม เปิดอังคาร-อาทิตย์ 10.00-เที่ยงคืน (ปิดวันจันทร์) โทร. 061 585 9283

การโฆษณา
  • Museums
  • ประวัติศาสตร์
  • รัตนโกสินทร์

พิพิธภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องน่าเบื่อ และมิวเซียมสยามคือหลักฐานที่ดี อาคารคลาสสิกอายุกว่าร้อยปีบนถนนสนามไชยแห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของกระทรวงพาณิชย์ ก่อนเปลี่ยนบทบาทมาเป็นสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ที่พาไปรู้จักประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมไทยผ่านห้องจัดแสดงมากกว่า 14 ห้อง จุดเด่นคือที่นี่ไม่ได้ชวนให้เดินอ่านป้ายแล้วผ่านไป แต่เปิดให้กด ลอง เล่น และมีส่วนร่วมกับนิทรรศการด้วยตัวเอง ค่าเข้าชม 100 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 50 บาท สำหรับนักเรียน โดยไม่มีค่าเข้าชมสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี นอกจากนี้ยังมีคอนเทนต์ออนไลน์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยให้ตามอ่านต่อผ่านโปรเจกต์อย่างคนชอบการเรียนรู้ เสพงานศิลป์ หรือสำรวจประวัติศาสตร์ผ่านการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

Time Out tip: แวะวัดโพธิ์หรือพระบรมมหาราชวังช่วงเช้า แล้วค่อยมาที่มิวเซียมสยาม
ราวบ่ายโมง หลบแดดและใช้เวลาสองสามชั่วโมงในห้องแอร์ไปพร้อมกัน

ที่ตั้ง: ถนนสนามไชย เปิดอังคาร–อาทิตย์ เวลา 10.00–18.00 น. โทร. 02 225 2777

  • Attractions
  • เยาวราช

ตลาดน้อยเต็มไปด้วยอาคารที่เคยถูกทิ้งร้าง และ The Warehouse Bangkok คือหนึ่งในนั้น อาคารโกดังเก่าแห่งนี้เคยปิดตายอยู่นานกว่า 30 ปี ก่อนถูกชุบชีวิตให้กลายเป็นคอมมูนิตี้สเปซที่ยังเก็บโครงสร้างคอนกรีตดิบๆ เอาไว้ แล้วเติมงานดีไซน์ร่วมสมัยเข้าไป ชั้นล่างเป็นลานเปิดสไตล์อินดัสเทรียล รวมร้านกาแฟสเปเชียลลิตี้อย่าง The Summer Coffee Co. ร้านเจลาโต บูติกร้านมือสอง และร้านสัก ส่วนชั้นบนคือ Clutch บาร์บรรยากาศมืดๆ ที่เน้นแผ่นเสียงและ craft cocktails ต่อด้วย Gearbox Hall พื้นที่เพดานสูงที่สลับโหมดระหว่างปาร์ตี้ house และ techno นิทรรศการศิลปะ และ flea market ชั้นบนสุดเป็นที่ตั้งของ Electric Sheep ร้านอาหารฟิวชันที่ต่อเนื่องไปยัง rooftop lounge ซึ่งเป็นมุมดูพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดของอาคาร ที่นี่ยังเคยเป็นหนึ่งในพื้นที่จัดงานของ Bangkok Design Week และอีเวนต์สร้างสรรค์อีกหลายงาน

Time Out tip: ไหนๆ มาแล้ว เดินต่อไปตามตรอกสตรีตอาร์ต ร้านขายของเก่าในตลาดน้อย หรือแวะหาของกินบนถนนทรงวาดที่อยู่ไม่ไกล

ที่ตั้ง: 867 ถนนเจริญกรุง, ตลาดน้อย เปิดอังคาร-อาทิตย์ เวลา 08.00-02.00 น. โทร. 080 269 6666

การโฆษณา
  • บางรัก
  • แนะนำ

ถนนสาทรเหนือเป็นอีกย่านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีต และหนึ่งในอาคารที่โดดเด่นที่สุดก็คือคฤหาสน์นีโอคลาสสิกหลังนี้ สร้างขึ้นในปี 1889 สมัยรัชกาลที่ 5 โดย หลวงสาทรราชายุตก์ นักธุรกิจผู้มีส่วนสำคัญในการขุดคลองสาทร ตลอดระยะเวลากว่า 130 ปี บ้านหลังนี้ผ่านการเปลี่ยนมือและเปลี่ยนบทบาทมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่เคยเป็น Hotel Royal ไปจนถึงสถานทูตรัสเซียระหว่างปี 1948-1999 หลังได้รับการบูรณะภายใต้การดูแลของ กรมศิลปากร คฤหาสน์หลังนี้ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งในฐานะส่วนหนึ่งของ W Bangkok ปัจจุบันเปิดพื้นที่ให้ทั้งร้านอาหาร บาร์ และงานอีเวนต์ส่วนตัว จะมาจิบน้ำชายามบ่ายในสวนด้านใน สั่งค็อกเทลจากเมนูที่หยิบเรื่องราวทั้งสี่ช่วงชีวิตของอาคารมาตีความ หรือมานั่งกินมื้อค่ำในตัวบ้านก็ได้ ทุกพื้นที่ยังคงกลิ่นอายคลาสสิกไว้ พร้อมเพดานสูงที่ทำให้บ้านทั้งหลังดูสง่างามขึ้นอีกระดับ

Time Out tip: ที่นี่แต่งตัวให้เข้ากับสถานที่หน่อยก็ดี เพราะไม่อนุญาตให้เข้าหากสวมชุดชายหาด รองเท้าแตะ ชุดออกกำลังกาย หรือเสื้อแขนกุดสำหรับผู้ชาย

ที่ตั้ง: 106 ถนนสาทรเหนือ  เปิดทุกวัน 12.00-01.00 น. โทร. 02 344 4025

  • Art
  • เจริญกรุง

อาคารไปรษณีย์กลางบางรักษ์ (TCDC) อาคารสไตล์อาร์ตเดโคที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ ท่ามกลางตึกแถวเก่าและบริษัทสายสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่เรียงรายอยู่ตลอดย่านบางรัก ที่นี่มีเป้าหมายในการช่วยให้ผู้คนพัฒนาทักษะ ไอเดียธุรกิจ และผลงานด้านการออกแบบ โดยภายในได้รับการปรับปรุงโดยกลุ่มสถาปนิกชื่อดังหลายราย ให้พื้นที่ใหม่เข้ากับโครงสร้างอาคารประวัติศาสตร์เดิม เก็บเปลือกนอกที่มีเอกลักษณ์ไว้ พร้อมจัดสรรพื้นที่ด้านในให้รองรับการเรียนรู้และกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ

ปัจจุบันกิจกรรมส่วนใหญ่ของ TCDC ยังเชื่อมโยงกลับมาที่พื้นที่โดยรอบ ทั้งการสร้างเครือข่ายระหว่างธุรกิจสร้างสรรค์ขนาดเล็ก ชุมชนท้องถิ่นที่อยู่คู่ย่านมานาน และองค์กรขนาดใหญ่ทั้งในไทยและต่างประเทศ เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นคือการทำให้เจริญกรุงเป็นย่านที่ผู้คนอยากเดินทางมาเพื่อเรียนรู้ พร้อมใช้เป็นต้นแบบให้ย่านอื่นๆ นำแนวคิดไปต่อยอดในแบบของตัวเอง โดย TCDC อยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)

Time Out tip: ลองขึ้นไปที่สวนชั้น 5 ช่วงประมาณ 17.30 น. แสงกำลังนุ่ม อากาศเริ่มเย็น และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับชมวิวตึกเก่าๆ ของบางรักจากมุมสูง

การโฆษณา
  • Things to do
  • คลองเตย

ถ้าชอบเดินพิพิธภัณฑ์และดูงานศิลปะ ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) น่าจะเป็นอีกที่ที่ควรปักหมุดไว้ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งแรกของกรุงเทพฯ และเป็นแห่งแรกในไทยที่นำเสนอผลงานในสเกลระดับนี้ โดยมีคอลเล็กชันถาวรกว่า 1,000 ชิ้น จากศิลปินมากกว่า 200 คนทั่วโลก ตั้งแต่ภาพวาดและประติมากรรม ไปจนถึงภาพถ่ายและอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก่าอายุกว่า 40 ปี แต่ปัจจุบันอาคารสามชั้นได้ถูกปรับให้กลายเป็นแกลเลอรีหลัก ทอดยาวตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้าไปจนถึงริมทางด่วน

ด้านการออกแบบเป็นฝีมือของ คุณกึ๋น-กุลภัทร ยันตรศาสตร์ จาก wHY Architecture ร่วมกับ A49 ที่เลือกเก็บโครงสร้างเก่าเอาไว้ ขณะรื้อและสร้างพื้นที่ด้านในขึ้นใหม่ทั้งหมด ส่วนด้านหน้าอาคารยังมีผลงาน Memory (2025) ของ Sho Shibuya บนป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์ของพิพิธภัณฑ์ คอยต้อนรับผู้มาเยือนตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวเข้าไปข้างใน

Time Out tip: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ 700 บาท และคนไทย 550 บาท ผู้เข้าชมต้องมีอายุอย่างน้อย 7 ปี ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีต้องมีผู้ใหญ่ติดตามมาด้วย

ที่ตั้ง: 111 ซอยสุขุมวิท 40 | เปิดพฤหัสบดี-จันทร์ 10.00-19.00 น. โทร. 02 658 0060

  • Art
  • เยาวราช

หลายพื้นที่ในลิสต์นี้ตั้งอยู่ในตลาดน้อย ย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบ้านและธุรกิจครอบครัว รวมถึงเวิร์กช็อปเล็กๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา วานิช เฮาส์ (Vanich House) เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำอาคารเก่ากลับมาใช้งาน โดยบ้านไม้หลังนี้มีอายุกว่า 100 ปี และเคยเป็นบ้านของครอบครัวที่เปิดร้านทำเครื่องจักรอยู่ที่นี่ ปัจจุบันบ้านหลังเดิมถูกปรับให้เป็นทั้งคาเฟ่ พื้นที่อเนกประสงค์ และลอฟต์สำหรับเข้าพัก โดยยังเก็บรายละเอียดจากอดีตไว้ในหลายมุม ชั้นล่างแบ่งพื้นที่ออกเป็นสามส่วน โดยบริเวณจอดรถอยู่ตรงจุดที่เคยเป็นร้านเครื่องจักร 

ส่วนคาเฟ่และพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมต่อกันแบบเปิดโล่ง ไม่มีผนังกั้นชัดเจน แต่ใช้กองข้าวของเก่าที่สะสมไว้มาเป็นเส้นแบ่งระหว่างแต่ละโซน ด้านหลังใช้โซ่โลหะช่วยกั้นพื้นที่ ซึ่งเมื่อแสงส่องผ่านจะเกิดเงาทอดลงบนพื้นและคานเหล็ก กลายเป็นบรรยากาศดิบๆ ที่ยังพอมองเห็นกลิ่นอายของเวิร์กช็อปเดิมอยู่ เฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นในบ้าน ทั้งโซฟาปรับนอน โต๊ะ และเก้าอี้ ก็เป็นของเดิมที่อยู่คู่กับบ้านมานาน ขณะที่เคาน์เตอร์คอนกรีตเปลือยเป็นส่วนที่ครอบครัวสถาปนิกเจ้าของบ้านออกแบบและเติมเข้ามาใหม่ ทำให้ของเก่าและองค์ประกอบร่วมสมัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ทำให้บ้านสูญเสียคาแรกเตอร์เดิม

Time Out tip: ถ้าอยากได้บรรยากาศบ้านที่เงียบสงบ แนะนำให้ลองมาในเวลา 10.30 น. วันธรรมดา เพราะช่วงเช้าพื้นที่เปิดโล่งจะยังเย็นสบายและคนไม่พลุกพล่านมากนัก

ที่ตั้ง: ซอยวาณิช 2 ตลาดน้อย เปิดอังคาร-อาทิตย์ 10.30-17.30 น. (ปิดวันพุธ) โทร. 097 298 2655

การโฆษณา
  • Things to do
  • รัตนโกสินทร์

ชื่ออย่างเป็นทางการของที่นี่ คือ ศาลาเฉลิมธานี แต่ถ้าพูดถึงโรงหนังนางเลิ้งคนกรุงเทพฯ น่าจะคุ้นชื่อมากกว่า เพราะที่นี่คือโรงภาพยนตร์ไม้แห่งสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย สร้างขึ้นในปี 1918 และเปิดฉายหนังให้คนกรุงเทพฯ นานถึง 75 ปี ก่อนปิดตัวลงในปี 1993 ปัจจุบันอาคารมีอายุ 107 ปี และแม้จะเงียบเหงามานานกว่า 30 ปี แต่บางครั้งก็กลับมาเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้สัมผัสบรรยากาศของโรงหนังเก่าอีกครั้ง หอภาพยนตร์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมพิเศษเป็นครั้งคราว ตั้งแต่การฉายหนังกลางแจ้งย้อนยุค ไปจนถึงนิทรรศการที่ชวนย้อนดูประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ทำให้โรงหนังเก่าแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาเป็นระยะ ที่นี่อาจไม่ได้เปิดให้ซื้อตั๋วดูหนังได้ทุกวันเหมือนโรงภาพยนตร์ทั่วไป แต่ถ้าเช็กตารางกิจกรรมดีๆ แล้วเจอวันที่เปิดให้เข้าชม คุณจะได้สัมผัสโรงหนังที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและบรรยากาศแบบที่หาไม่ได้จากมัลติเพล็กซ์ในปัจจุบัน

Time Out tip: ก่อนออกจากบ้าน ลองเช็ก Facebook ของ หอภาพยนตร์ กันสักหน่อย เผื่อว่าวันนั้นมีรอบฉายหรือเปิดพื้นที่ให้เข้าชม จะได้ไม่ไปเก้อ

ที่ตั้ง: ซอยนครสวรรค์ 6 เปิดจันทร์-ศุกร์ 06.00-16.00 น. โทร. 02 482 2013

  • บางซื่อ

บางโพอาจไม่ใช่ย่านแรกที่นึกถึงเมื่อพูดถึงโรงละคร แต่ ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์ ก็น่าสนใจตรงที่นี่เคยเป็นโรงเลื่อยเก่าที่ตั้งอยู่มานานหลายสิบปี ก่อนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับวงการละครเวทีขนาดเล็กของกรุงเทพฯ โดยยังคงโครงสร้างโกดังไม้เดิมเอาไว้เกือบทั้งหมด เพดานสูง พื้นที่โล่ง และไม่มีเสากลาง ทำให้ตัวอาคารเหมาะกับการเป็นโรงละครแบบ black box แทบจะทันที พื้นที่กว่า 2,400 ตารางเมตร ปัจจุบันรองรับทั้งการแสดง เวิร์กช็อป และกิจกรรมของคนทำงานสร้างสรรค์ โดยมีโรงละครหลักสำหรับผู้ชมราว 200-220 คน ห้องอเนกประสงค์ เวทีกลางแจ้ง และห้องเล็กๆ สำหรับประชุมหรือพักค้างคืนของศิลปิน

Time Out tip: ที่นี่เปิดตามตารางอีเวนต์ ไม่ได้มีเวลาเปิด-ปิดตายตัว แนะนำให้จองล่วงหน้าผ่าน LINE @t.namcharoen.playhouse

ที่ตั้ง: ซอยประชาราษฎร์สาย 1 ซอย 25 เปิดทุกวัน (เวลาแตกต่างกันตามตารางอีเวนต์) โทร. 064 564 2961

การโฆษณา
  • คาเฟ่และบาร์
  • สีลม

‘ศาลาเสน่ห์หา (Sala Saneha)’ หมุดหมายใหม่ใจกลางย่านสีลมที่ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่ได้รับการนิยามให้เป็นคอมมูนิตี้ทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่าง โรงภาพยนตร์สแตนด์อโลน ห้องสมุด ร้านอาหาร และไวน์บาร์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยตัวร้านตั้งอยู่ในอาคารเก่าแก่อายุกว่า 70 ปี ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่ยังคงรักษาโครงสร้างดั้งเดิมเพื่อส่งต่อกลิ่นอายความคลาสสิกและชวนย้อนวันวาน พื้นที่ภายในอาคารแบ่งออกเป็นสัดส่วนอย่างน่าสนใจ ไฮไลต์สำคัญอยู่บริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็น โรงภาพยนตร์ส่วนตัวขนาด 25 ที่นั่ง ถัดลงมาที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ของ ไวน์บาร์และห้องสมุด ในส่วนของบาร์มีคลังไวน์ที่คัดสรรมาจากทั่วโลกกว่า 2,000 ขวด รวมถึงเครื่องดื่มเหล้าไทยชั้นดี เสิร์ฟคู่กับเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารตะวันตกในประเทศไทยยุค 80-90 นำเสนอในรสชาติที่คุ้นเคยและมีความประณีต

ที่อยู่: 9/1 ถนน เดโช แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก เปิดให้บริการวันพฤหัส-วันจันทร์ เวลา 18.00 - เที่ยงคืน โทร: 063 946 8385

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา