[category]
[title]
ด้วยที่นั่งเพียง 8 ที่ อาหารทะเลส่งตรงจากฟุกุโอกะ และข้าวที่หุงสดใหม่ทุกคอร์ส ทำให้ซูชิบาร์ของเชฟ Goji Kobayashi เป็นอีกหนึ่งร้านที่ควรจองล่วงหน้า

ที่นั่งเพียง 8 ที่ เคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนหนึ่งตัว และข้าวที่หุงสดใหม่สำหรับทุกคอร์ส Sushi Kuuya คือซูชิบาร์ที่ตั้งใจมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างสงบและเป็นส่วนตัว ร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโครงการ Vivre Langsuan ในซอยร่มรื่นที่เชื่อมระหว่างถนนเพลินจิตกับสวนลุมพินี โดยซ่อนตัวอยู่หลังประตูไม้สีอ่อนที่ตัดกับผนังสีขาวสะอาดตา
ผู้ดูแลทุกคำที่เสิร์ฟคือเชฟ โกจิ โคบายาชิ (Goji Kobayashi) ซึ่งเกิดในลอสแอนเจลิสในครอบครัวที่มีรากเหง้าจากฟุกุโอกะ เขาสั่งสมประสบการณ์ในครัวมานานกว่า 18 ปี ทั้งในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และไทย รวมถึงการทำงานในร้านระดับดาวมิชลินอย่าง Wako ในซานฟรานซิสโก แม้จะผ่านครัวมาหลายแห่ง แต่ภูมิภาคคิวชูยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของเขา อาหารทะเลและวัตถุดิบส่วนใหญ่จึงส่งตรงจากฟุกุโอกะผ่านซัพพลายเออร์ที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ขณะที่เมนูจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลของญี่ปุ่น
คติประจำร้านคือ ‘Simplicity, Precision, Respect’ เรียบง่าย แม่นยำ ใส่ใจทุกที่มา ซึ่งสะท้อนอยู่ในทุกรายละเอียด เริ่มจากบรรยากาศภายในร้านที่สว่าง โปร่ง และเป็นระเบียบ ใช้ไม้เปลือยเป็นองค์ประกอบหลักโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวนสายตา ส่วนความแม่นยำเริ่มต้นตั้งแต่ข้าวที่หุงในหม้อฮากามะ แบบดั้งเดิมบนเตาที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ก่อนนำไปปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูหลายชนิด รวมถึงน้ำส้มสายชูแดงที่ผ่านการบ่ม ขณะที่ความเคารพแสดงออกผ่านการคัดสรรวัตถุดิบ เชฟโกจิ ให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบแต่ละชนิด ไปจนถึงผู้ที่จับปลา ปลูกพืช หรือผลิตสิ่งเหล่านั้นขึ้นมา
มื้ออาหารที่นี่ไม่ได้มีเพียงนิกิริเท่านั้น ด้วยประสบการณ์การทำงานร่วมกับเชฟที่ผ่านการฝึกฝนด้านไคเซกิ เชฟโกจิ จึงเริ่มต้นมื้อด้วยโอตสึมามิ หรืออาหารเรียกน้ำย่อยตามฤดูกาล ตามด้วยอาหารจานร้อนอีกสองสามอย่าง เพื่อสร้างจังหวะที่หลากหลายระหว่างรสชาติอุ่นและเย็น รวมถึงสัมผัสนุ่มนวลและกรุบกรอบ ก่อนเข้าสู่ช่วงของซูชิแต่ละคำ
เมนูไฮไลต์มีตั้งแต่อาวาบิ หรือหอยเป๋าฮื้อที่ย่างถ่านในขั้นตอนสุดท้าย เพิ่มกลิ่นควันบางๆ ให้กับรสหวานตามธรรมชาติของเนื้อหอย ไปจนถึงซึเกะ มากุโระ ซึ่งใช้ทูน่าครีบน้ำเงินธรรมชาติหมักในโชยุสูตรเฉพาะของเชฟโกจิ เสิร์ฟพร้อมสาหร่ายโนริสั่งทำพิเศษจากทะเลอาริอาเกะในจังหวัดซากะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดของครอบครัวเขา ส่วนอานาโกะ หรือปลาไหลทะเล ย่างบนถ่านบินโจตันจนได้กลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น ปิดท้ายด้วยไคเซ็น ฟุโตมากิ โรลขนาดใหญ่ที่อัดแน่นด้วยอาหารทะเลและห่อด้วยสาหร่ายจากซากะอีกชั้น
หากอยากเติมเต็มมื้ออาหารให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่าลืมเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับสาเกด้วย คุณณัฐวรา โคบายาชิ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านและซอมเมลิเยร์สาเกที่ผ่านการรับรองจากสถาบันนานาชาติหลายแห่ง เป็นผู้ดูแลการจับคู่เครื่องดื่ม โดยใส่ใจตั้งแต่อุณหภูมิในการเสิร์ฟไปจนถึงรูปทรงของแก้ว ซึ่งล้วนส่งผลต่อกลิ่นและเนื้อสัมผัสของสาเกแต่ละชนิด
มีตัวเลือกให้จับคู่กับมื้ออาหารสองรูปแบบ ได้แก่ Premium Craft Sake Pairing จำนวน 6 แก้ว ปริมาณรวม 180 มล. ราคา 1,500++ บาท และ Sommelier Selection จำนวน 8 แก้ว ปริมาณรวม 360 มล. ราคา 3,500++ บาท โดยมีสาเกให้เลือกตั้งแต่ฉลากที่ดื่มง่ายไปจนถึงรุ่นหายากที่ผลิตในจำนวนจำกัด
สำหรับเมนูอาหาร Nigiri Omakase จำนวน 15 คอร์ส ราคา 4,500++ บาท ส่วน Premium Omakase จำนวน 18 คอร์ส ราคา 6,500++ บาท (ราคาทั้งหมดยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
ด้วยจำนวนที่นั่งเพียงไม่กี่ที่ บรรยากาศภายใน Sushi Kuuya จึงเอื้อให้บทสนทนาระหว่างแขกกับเชฟเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลองถามถึงปลา ข้าว หรือที่มาของสาหร่ายโนริ แล้วคุณอาจได้คำตอบที่ลงลึกกว่าที่คิด ขณะเดียวกัน ซูชิคำถัดไปก็จะค่อยๆ ถูกปั้นขึ้นตรงหน้าอย่างประณีต หากกำลังมองหาร้านโอมากาเสะในกรุงเทพฯ ที่ให้ความสำคัญกับทั้งวัตถุดิบ เทคนิค และรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ Sushi Kuuya คืออีกหนึ่งชื่อที่ควรอยู่ในลิสต์ของคุณ
แนะนำให้จองล่วงหน้า และติดตามอินสตาแกรมของร้านเพื่ออัปเดตมื้ออาหารจับคู่สาเกและอีเวนต์พิเศษที่ร่วมจัดกับเชฟรับเชิญ
Sushi Kuuya ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 โครงการ Vivre Langsuan เลขที่ 34/3 ซอยหลังสวน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการมื้อค่ำวันอังคาร–อาทิตย์ เวลา 17.30 น. และ 19.30 น. และมื้อกลางวันวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 12.00 น. ปิดวันจันทร์ ต้องวางเงินมัดจำเพื่อยืนยันการจอง สำรองที่นั่งผ่าน เว็บไซต์ หรือโทร. 092-916-9299
Discover Time Out original video