ข่าว

ใจไม่ถึงห้ามมา เพราะนี่คือบทเรียนการแพทย์ของจริงที่ พิพิธภัณฑ์แห่งความตายของกรุงเทพฯ

สำรวจพิพิธภัณฑ์สุดแปลกฝั่งธนบุรี ชมชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์จริง หลักฐานคดีฆาตกรรม และโครงกระดูกอายุราวหนึ่งล้านปี

Lalitphat Bumrungkarn
เขียนโดย
Lalitphat Bumrungkarn
Staff writer, Time Out Thailand
Siriraj Medical Museum
Photograph: Siriraj Medical Museum | Bangkok
การโฆษณา

บนพื้นที่ของโรงพยาบาลศิริราช ฝั่งธนบุรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่แปลกและชวนขนลุกที่สุดของกรุงเทพฯ ซ่อนอยู่ ที่นี่รวบรวมทั้งชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์จริง โครงกระดูกหลากรูปแบบ และรายละเอียดทางนิติเวชมากพอที่จะทำให้รายการของหมอตังค์-มรรคพร ดูสมจริงขึ้นมาทันที

ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘พิพิธภัณฑ์แห่งความตาย’

จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ย้อนกลับไปถึงโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2431 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังเกิดการระบาดของอหิวาตกโรค (โรคห่า) ครั้งใหญ่ในสยามและสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาการแพทย์สมัยใหม่ แพทย์ในเวลานั้นเริ่มเก็บรักษาตัวอย่างทางการแพทย์ไว้เพื่อใช้ในการเรียนการสอน ก่อนที่คอลเลกชันเหล่านี้จะเปิดให้สาธารณชนเข้าชม และค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ไม่เหมือนใครของกรุงเทพฯ

ภายในที่แห่งนี้ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กหลายแห่ง แต่ละแห่งมีเรื่องราวและจุดสนใจแตกต่างกันไป

เริ่มจาก พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์คองดอน (Congdon Anatomical Museum) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2515 และจัดแสดงตัวอย่างทางกายวิภาคมากกว่า 2,000 ชิ้น พาคุณสำรวจระบบต่างๆ ของร่างกายมนุษย์อย่างละเอียด ไฮไลต์สำคัญคือร่างมนุษย์ที่ผ่าชำแหละให้เห็นระบบประสาทและหลอดเลือดแบบเต็มตัว ซึ่งว่ากันว่าเป็นชิ้นเดียวในโลกที่มีลักษณะเช่นนี้

ถัดมา พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส (Ellis Pathological Museum) บอกเล่าประวัติศาสตร์ของวิชาพยาธิวิทยาในประเทศไทย ผ่านตัวอย่างหัวใจ เนื้องอก และกรณีโรคแต่กำเนิดที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ รวมถึงโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่พยายามทำให้ดูนุ่มนวลเกินจริง

ส่วน พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา (Parasitology Museum) จะพาคุณลงลึกไปอีกขั้นกับสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กกว่าแต่ชวนสะพรึงกว่าเดิม ที่นี่จัดแสดงหนอนพยาธิและอวัยวะที่ติดเชื้อซึ่งนำออกมาจากผู้ป่วยจริง ปรสิตบางชนิดมีขนาดเล็กไม่ต่างจากจุด Full Stop ขณะที่บางชนิดยาวเกินหนึ่งเมตร

หากเรื่องโรคและปรสิตยังไม่พอ พิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์อุดมศึกษา สุด แสงวิเชียร (Sood Sangvichien Prehistoric Museum) จะพาคุณย้อนกลับไปไกลกว่านั้น ที่นี่ไม่ได้เล่าเรื่องโรคภัย แต่เล่าเรื่องชีวิตในอดีตกาล โดยมีไฮไลต์เป็นโครงกระดูก Homo erectus ที่มีชื่อเล่นว่า ‘มนุษย์ลำปาง’ ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ปัจจุบันคือประเทศไทยเมื่อราวหนึ่งล้านปีก่อน

จากนั้นจึงมาถึงส่วนที่ทำให้พิพิธภัณฑ์ทั้งคอมเพล็กซ์ได้รับฉายาว่า ‘พิพิธภัณฑ์แห่งความตาย’ นั่นคือ พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์สงกรานต์ นิยมเสน (Songkran Niyomsane Forensic Medicine Museum)

ที่นี่จัดแสดงตั้งแต่กะโหลกที่มีร่องรอยกระสุน หลักฐานจากคดีฆาตกรรมจริง ไปจนถึงเรื่องราวการทำงานของทีมแพทย์และนิติเวชในการระบุตัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิในปีพ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย

แม้เนื้อหาภายในจะชวนสะเทือนใจ แต่พิพิธภัณฑ์ไม่ได้พยายามสร้างความสยองเพื่อความบันเทิง และก็ไม่ได้พยายามลดทอนความจริงที่อยู่ตรงหน้า การห้ามถ่ายภาพตลอดพื้นที่จึงเป็นส่วนหนึ่งของการให้เกียรติแก่ผู้คนที่ร่างกายและเรื่องราวของพวกเขาถูกนำมาจัดแสดง

หากเข้าชมด้วยความเคารพ ที่นี่อาจไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวสายสยองขวัญ แต่กลับเป็นบทเรียนกายวิภาคศาสตร์ที่ตรงไปตรงมาและชวนให้เราเผชิญหน้ากับความจริงของร่างกายมนุษย์มากที่สุดแห่งหนึ่ง

มาร่วมเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ กายวิภาค และความตาย ที่ พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช
อาคารกายวิภาคศาสตร์และพยาธิวิทยา โรงพยาบาลศิริราช
2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

เวลาเปิดทำการ: วันพุธ–จันทร์ เวลา 10.00–17.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16.00 น.) ปิดวันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ชาวไทย 100 บาท, เด็กและผู้สูงอายุชาวไทย 50 บาท, ชาวต่างชาติ 300 บาท โดยบัตรหนึ่งใบสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ย่อยทุกแห่งภายในตึกได้

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Siriraj Museum รวมถึงกิจกรรมเปิดพิพิธภัณฑ์นอกเวลาเป็นครั้งคราวในชื่อ Night at Siriraj Medical Museum

บทความล่าสุด
    การโฆษณา