[category]
[title]
คู่มือเที่ยวเทศกาลกินเจในกรุงเทพฯ ตั้งแต่สตรีตฟูดไร้เนื้อสัตว์ ไปจนถึงพิธีกรรมตามศาลเจ้าและงิ้วจีน โดยงานที่เยาวราชจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9-18 ตุลาคมนี้

ตามรอยธงเหลืองแล้วเตรียมท้องให้พร้อม เทศกาลกินเจ กรุงเทพฯ ปี 2569 ยกทัพสตรีทฟู้ดแพลนต์เบสมาบุกเยาวราชและตลาดน้อย ในขณะที่ศาลเจ้าจีนต่างๆ ก็เปิดให้เราได้สัมผัสมิติทางศาสนาและวัฒนธรรมของเทศกาลนี้
เทศกาลกินเจคืออะไร?
เทศกาลกินเจ เป็นประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนที่มีรากฐานมาจากความเชื่อทางพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า ผู้ศรัทธาจะรับประทานอาหารที่ทำจากพืชอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการถือศีลชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์
กฎการกินเจนั้นลึกซึ้งกว่าวีแกนทั่วไป เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก อาหารทะเล ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนมล้วนเป็นของต้องห้าม รวมถึงผักที่มีกลิ่นฉุนอย่าง กระเทียม หัวหอม กุยช่าย ต้นหอม และกระเทียมโทน ซึ่งตามธรรมเนียมเชื่อกันว่าผักเหล่านี้จะทำลายความสมดุลของร่างกายและความสงบทางจิตวิญญาณ (แม้ว่าข้อห้ามเฉพาะอาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละกลุ่ม) นอกจากนี้ เครื่องปรุงรสที่ทำจากสัตว์ เช่น น้ำปลา ซอสหอยนางรม และกะปิ ก็ถูกงดเว้นเช่นกัน
แต่ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกลัวจะได้กินแต่สลัดจืดๆ หรือผักต้ม เพราะคุณจะได้อร่อยจัดเต็มไปกับผัดหมี่กระทะร้อน ปอเปี๊ยะทอดกรอบ แกงกะทิเข้มข้น และขนมหวานสารพัดถั่ว นอกเหนือจากเรื่องอาหารแล้ว เทศกาลนี้ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกวินัยในตนเอง ทบทวนจิตวิญญาณ และการทำบุญสร้างกุศลอีกด้วย
จัดขึ้นเมื่อไหร่?
เทศกาลนี้ตรงกับเดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคม สำหรับปี 2569 งานบุญ 9 วันนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-18 ตุลาคม โดยผู้ศรัทธาบางส่วนจะเริ่ม ‘ล้างท้อง’ หรือเตรียมตัวตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม งานเทศกาลกินเจที่เยาวราชจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม ส่วนที่ศาลเจ้าโจวซือกงในตลาดน้อยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-19 ตุลาคม ขณะที่ศาลเจ้าอื่นๆ ก็จะมีกำหนดการจัดพิธีตามตารางเวลาของตนเอง
จัดที่ไหน?
จัดแทบจะทั่วทั้งกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้ ขนาดใน 7-Eleven ยังมีสินค้าแปะป้ายเจเต็มไปหมด แต่ถ้าจะให้ได้บรรยากาศสุดๆ แนะนำให้ไปเดินลัดเลาะแถวเยาวราชและตลาดน้อย ร้านสตรีทฟู้ดเจ้าประจำหลายแห่งต่างแปลงโฉมร้านเพื่อต้อนรับเทศกาลกินเจ สังเกตง่ายๆ จากตัวอักษร ‘เจ’ บนธงสีเหลืองและหน้าร้านต่างๆ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าอาหารร้านนี้ปรุงตามกฎการกินเจ และยังเป็นเครื่องหมายต้อนรับสำหรับใครก็ตามที่อยากลองหันมากินมังสวิรัติในช่วงนี้
สำหรับใครที่อยากสัมผัสมิติทางความเชื่อและศาสนา สามารถแวะไปเยี่ยมชมศาลเจ้าจีนและวัดต่างๆ เช่น วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) บนถนนเจริญกรุง หรือ ศาลเจ้าโจวซือกง ที่ตลาดน้อย ไม่จำเป็นต้องนับถือศรัทธาก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างให้เกียรติ ผู้คนส่วนใหญ่มักสวมชุดขาวล้วน และบางพิธีกรรมอาจบังคับให้ใส่ชุดขาว ดังนั้นควรแต่งกายให้สุภาพและสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าร่วมพิธี นอกจากนี้ ศาลเจ้าและโรงเจบางแห่งยังมีบริการอาหารเจฟรี โดยเปิดรับเงินบริจาคเพื่อช่วยสมทบทุนโรงทานอีกด้วย
บรรยากาศเป็นอย่างไร?
บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าต่างขะมักเขม้นทุบ ‘ตุ๊บตั๊บ’ (ขนมถั่วตัดแบบจีนโบราณ) โดยใช้ค้อนอันเบ้อเริ่มราวกับค้อนธอร์ทุบและขึ้นรูปจนได้ชิ้นกรุบกรอบ แผงลอยใกล้ๆ กันเรียงรายไปด้วยขนมเปี๊ยะ ปาท่องโก๋ และน้ำเต้าหู้ ในขณะที่ร้านอื่นๆ ก็ขายซอสและวัตถุดิบเจ มีเสียงงิ้วคลอเป็นฉากหลัง ซึ่งเป็นการแสดงที่อยู่คู่กับงานฉลองของศาลเจ้ามาอย่างยาวนานเพื่อถวายแด่เทพเจ้าและสร้างความบันเทิงให้ชุมชน ข้างเวที ผู้คนต่างพากันอธิษฐานขอพรพร้อมจุดเทียนเล่มยักษ์สูงเท่าตัวคน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่างและความศรัทธา เรียกว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมๆ กันในทุกตารางนิ้ว และนั่นแหละคือเสน่ห์ของงานนี้
ท้ายสุดแต่ไม่ท้ายสุด... มาดูเรื่องอาหารกันบ้าง
ลืมรูปอาหารสวยๆ ไปได้เลย เพราะเราจะใช้ภาพหลังกินเสร็จนี่แหละเป็นหลักฐาน ถ้วยชามที่ว่างเปล่าแบบไม่มีข้าวเหลือสักเม็ด เราไปเยือนศาลเจ้าโจวซือกงซึ่งมีบริการอาหารเจฟรี ทั้งปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ และขนมหวานโบราณอย่างข้าวโพดคลุกมะพร้าว โดยมีกล่องรับบริจาคสีเหลืองตั้งไว้สำหรับใครที่อยากร่วมสมทบทุน
หลังจากได้ซดต้มกะหล่ำปลีร้อนๆ แกงส้มรสจัดจ้าน และปาท่องโก๋ทอดใหม่ๆ การหยอดตู้บริจาคจึงเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เรารู้สึกอยากทำเพื่อตอบแทน อาหารสไตล์โฮมคุ้กมื้อนี้อร่อยอิ่มท้องไม่แพ้อาหารที่มีเนื้อสัตว์เลย ที่นี่ไม่มีสารพัดโปรตีนเกษตรที่พยายามทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ แต่เมนูเจของที่นี่เน้นไปที่ผักที่ปรุงรสมาอย่างดีและแกงรสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง พร้อมความเผ็ดจัดจ้านสไตล์ไทยที่ทำให้ผักธรรมดาๆ อร่อยลงตัวสุดๆ
สำหรับใครที่มาเยือนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลและอยากลองสัมผัสประสบการณ์นี้ คุณไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดตามธรรมเนียมทั้งหมดก็มาร่วมจอยได้ แค่มองหาธงเหลือง แล้วไปค้นพบกันว่าอาหารแพลนต์เบสสไตล์ไทยจะสร้างสรรค์และอร่อยได้มากแค่ไหน
Discover Time Out original video