Meena Janekrabuanhad - Time Out
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time Out | Wat Pho's cat residents
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time Out

วัดกรุงเทพฯ ที่ประชากรแมวชิงพื้นที่แซงหน้าพระสงฆ์

ท่ามกลางพระเจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบหลากสีและพระพุทธรูปเก่าแก่นับร้อยปีของวัดโพธิ์ มี ‘สังฆมณฑล’ แบบไม่คาดฝันซ่อนตัวอยู่ นั่นคือเหล่าแมวจรที่ได้รับการช่วยเหลือเกือบ 200 ชีวิต แต่ละตัวมีชื่อ มีเรื่องราว และมีชีวิตใหม่ที่อบอุ่นเป็นของตัวเอง

Lalitphat Bumrungkarn
การโฆษณา

ไม่ใช่ทุกคนที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ จะอินกับการเดินชมวัดวาอาราม แต่ถ้าวัดนั้นเต็มไปด้วย ‘แมว’ ล่ะ?

มากเสียจนคุณอาจเผลอลืมมองพระพุทธรูป แล้วหันมาสอดส่องสายตาเล่นเกม ‘มองหาเจ้าเหมียว’ แทน ท่ามกลางสถูปเจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบที่เรียงรายอยู่ทั่ววัด

ที่วัดโพธิ์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร นอกจากจะเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนและจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังเป็นบ้านอันอบอุ่นของเจ้าตัวน้อยอีกเกือบ 200 ชีวิต

ตำนานแมววัด 200 ชีวิต

Meena Janekrabuanhad - Time Out
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time OutWat Pho's cat residents: Grass Jelly and Cotton Ball

เฉาก๊วย และสำลี สองประชากรเหมียวแห่งวัดโพธิ์ | Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time Out

จากจุดเริ่มต้นที่มีแมวอยู่เพียงราว 20 ตัว ทั้งแมวจรในละแวกนั้นและแมวที่ถูกนำมาปล่อย พระมหานรินทร์ ได้รับมอบหมายให้ช่วยดูแลพวกมัน เพื่อให้วัดยังคงสะอาดและปลอดภัยสำหรับทั้งคนและสัตว์

ตอนแรกท่านไม่ได้ตั้งใจให้พวกมันตั้งรกรากอยู่ที่นี่ถาวร แถมตัวท่านเองก็ไม่ได้เป็น ‘ทาสแมว’ เลยด้วยซ้ำ

แต่ตัดภาพมาหลายปีให้หลัง พระมหานรินทร์กลับสามารถแนะนำแมวนับร้อยตัวที่ท่านตั้งชื่อให้เองกับมือได้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังมีแก๊งเหมียวเดินตามเป็นพรวนอยู่แทบทุกครั้งที่ท่านออกเดิน

“นี่พิซซ่า มอมแมม พี่ใหญ่สุดในกลุ่ม อยู่มา 10 ปีแล้ว น้องมะลิ น้องเล็กสุดและสมาชิกใหม่ล่าสุด ส่วนโบทั๋นต้องกินยาทุกวัน มะเฟืองกับมะไฟเป็นพี่น้องที่เกิดที่นี่ ถั่วเขียวจะเป็นตัวที่ขี้อายที่สุด และเฉาก๊วย ตัวนี้คือหัวหน้าแก๊งแมวป่วนก๊วนหนึ่งในวัด”

ถึงจุดนี้ เราเริ่มสับสนแล้วว่าใครเป็นใครกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ พวกมันทุกตัวได้รับการดูแลและความรักอย่างเต็มเปี่ยม จนตัวกลมอวบอ้วนสมบูรณ์ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีมาก

แมวบางตัวมีปลอกคอด้วย เราเลยอดถามไม่ได้ว่าท่านแอบมีลูกรักหรือเปล่า?

พระมหานรินทร์ยืนยันว่าท่านรักพวกมันเท่ากันทุกตัว ส่วนตัวที่ไม่มีปลอกคอ... ก็แค่เพราะพวกมันไม่ยอมให้ใส่ต่างหาก

Tonson H. - Time Out
Photograph: Tonson H. - Time OutVenerable Monk Mahanalin

การดูแลเหล่าประชากรเหมียวถาวร

Meena Janekrabuanhad - Time Out
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time OutFeeding time at the temple

ช่วงเวลาให้อาหารเย็นเริ่มขึ้นตั้งแต่ 19.00 น. ไปจนถึงราว 21.00 น. ราวกับมีนัดหมายกันไว้ทันทีที่พระมหานลินเริ่มออกเดิน เหล่าแมวน้อยจะพากันเยื้องย่างออกมาจากทุกซอกทุกมุม บ้างซ่อนตัวอยู่ตามบันไดเจดีย์ บ้างนอนรับลมอยู่ในมุมมืด และบางตัวก็เหมือนวาร์ปออกมาจากอากาศธาตุ

พวกมันพุ่งตัวเข้าหาท่านราวกับฝูงนกพิราบที่เจอเศษพิซซ่ากลางนิวยอร์ก ต่างกันตรงที่พวกมันไม่ได้มาแย่งอาหาร แต่กำลังแย่งชิงความสนใจและอ้อมกอดจากพระมหานรินทร์ต่างหาก

ท่านเดินทักทายทีละตัว ตรวจดูสภาพขนและร่างกาย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีแผล ไม่มีเห็บ และไม่มีตัวไหนกำลังมีปัญหาสุขภาพ

แมวทุกตัวที่นี่ผ่านการทำหมันและฉีดวัคซีนเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิ The Voice Foundation องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ช่วยเหลือสัตว์จรจัด สัตว์บาดเจ็บ และสัตว์ที่ถูกทำร้าย นอกจากนี้ยังมีทีมจิตอาสาเข้ามาช่วยทำความสะอาดและดูแลพวกมันอยู่เป็นระยะ

แน่นอนว่าการดูแลแมวเกือบ 200 ตัวมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันมหาศาล ตามจุดต่างๆ ของวัดจึงมีกระบะทรายซ่อนอยู่มากกว่า 60 จุด ซึ่งคุณอาจเดินผ่านไปโดยไม่ทันสังเกต

พระมหานรินทร์ชี้ให้ดูหนึ่งในนั้นอย่างภูมิใจ พร้อมอธิบายว่า

“หลวงพี่ออกแบบเป็นพิเศษให้เป็นลวดลายหิน เพื่อให้กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมของวัด ลิ้นชักดึงออกมาทำความสะอาดง่ายและไม่มีกลิ่นรบกวน... แต่ดูเหมือนพวกแมวจะชอบใช้มันเป็นที่นอนกอดกันมากกว่านะ”
Meena Janekrabuanhad - Time Out
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time OutLitter spot or nap spot?

Litter spot or nap spot? | Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time Out

ที่นี่ไม่มีชามน้ำพลาสติกทั่วไป แต่ใช้โอ่งมังกรและชามดินเผาราชบุรีลวดลายมังกรและดอกไม้แบบโบราณ ทำหน้าที่เป็นชามน้ำสุดคลาสสิกของเหล่าเหมียว

ด้วยจำนวนแมวที่เยอะขนาดนี้ ทางวัดจึงต้องใช้ทั้งทรายแมวและอาหารแมวเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวหรือผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมทำบุญด้วยการบริจาคทรายแมว อาหารเม็ด หรืออกไก่ฟรีซดรายสำหรับแมวสูงวัยที่เคี้ยวอาหารแข็งไม่ค่อยไหวได้เช่นกัน

พิกัดส่องแก๊งเหมียวศักดิ์สิทธิ์

Meena Janekrabuanhad - Time Out
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time OutStealth mode

จุดที่ดีที่สุดในการส่องแมวคือตามร่มไม้และซอกมุมเล็กๆ ทั่ววัด พอถึงเวลาทุ่มตรงซึ่งเป็นเวลาอาหาร คุณจะได้เห็นกองทัพขนฟูพรูออกมาจากที่ซ่อนอย่างพร้อมเพรียง

แม้จะคาดเดาไม่ได้แน่ชัดว่าน้องจะโผล่มาจากตรงไหน แต่บริเวณทางเข้าด้านข้างที่ค่อนข้างเงียบสงบ แถวเคาน์เตอร์ขายบัตรช่อง 2 คือจุดเริ่มต้นที่ดี และเป็นบริเวณที่เราเจอแมวเยอะที่สุดตามคำแนะนำของพี่ๆ รปภ.

สำหรับใครที่ขับรถมา มีที่จอดรถใกล้ที่สุดบนถนนเชตุพน คิดค่าบริการ 20 บาทต่อชั่วโมง แต่ที่จอดมีจำนวนจำกัดมาก

และหากหาแมวไม่เจอจริงๆ ให้ลองมองหาจุดที่มีนักท่องเที่ยวรุมล้อมเจดีย์อยู่ เชื่อได้เลยว่ามีน้องแมวกำลังรับบทนายแบบหรือนางแบบจำเป็นให้ผู้มาเยือนถ่ายรูปอยู่ตรงนั้นแน่นอน

ถึงแม้มันจะน่าเอ็นดูจนอยากเข้าไปลูบหัว แต่ทางวัดขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวอย่าเพิ่งจับหรือสัมผัสตัวน้องแมว เพราะแมวหลายตัวตกใจง่าย และอย่าลืมแต่งกายสุภาพเรียบร้อย คลุมไหล่และหัวเข่าตามกฎของวัดด้วย

พักกาย พักใจ และข้อคิดกลางลานวัด

Meena Janekrabuanhad - Time Out
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time OutWelcome to Wat Pho

แน่นอนว่าแก๊งเหมียวไม่ใช่เหตุผลเดียวในการมาเยือนวัดโพธิ์ เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน องค์ใหญ่ปิดทองทอดยาวถึง 46 เมตร สูง 15 เมตร ทั้งยังเป็นต้นตำรับการนวดแผนไทยโบราณ และมีจารึกโบราณรอบกำแพงวัดที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก

แม้เราจะตั้งใจมาหาแมวโดยเฉพาะ แต่วัดโพธิ์ก็ยังคงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนที่เคยมาเที่ยวตั้งแต่สมัยทัศนศึกษาได้เสมอ

ยามค่ำคืน พระเจดีย์ทอแสงระยิบระยับ สถาปัตยกรรมสีทองอร่ามโดดเด่นตัดกับท้องฟ้ามืดมิด เราเดินตามพระสงฆ์ที่ถือถังอาหารแมวจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่งของวัด โดยมีขบวนแมวเดินตาม ราวกับรับบทเป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาเราทัวร์วัดไปในตัว

Meena Janekrabuanhad - Time Out
Photograph: Meena Janekrabuanhad - Time OutCat on duty

แมวที่ถูกนำมาปล่อยไว้ไม่ได้เป็นภาระหรือสร้างความรำคาญ แต่กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์อันน่ารักของวัดในแบบของพวกมันเอง

บางทีพวกมันอาจสะท้อนเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทยได้ดีไม่แพ้สถาปัตยกรรมรอบตัว นั่นคือความเอื้ออารีและความอบอุ่นที่พร้อมต้อนรับทุกคน—ไม่ว่าคุณจะมีกี่ขาก็ตาม

ใครจะไปคิดว่าการมาวัดครั้งนี้ เราจะได้กลับไปพร้อมรูปถ่ายแมวน่ารักๆ เต็มเครื่อง และข้อคิดเล็กๆ ที่อุ่นพอจะกอดกลับบ้านไปด้วย

วัดโพธิ์: เลขที่ 2 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

ค่าเข้าชม: 300 บาท

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 08:00–19:30 น

เรื่องเด่น
    บทความล่าสุด
      การโฆษณา